หลังจากที่ชีวิตของผมประสบปัญหาหนักมากเกี่ยวกับเรื่องของความรัก รักที่เรียกหวนคืนกลับมาไม่ได้ที่มันหนักไม่ใช่เพราะอะไรแต่เรามีท่าทีที่รักกันมากไม่มีท่าทางเลิกแต่อยู่ดีๆวันรุ่งขึ้นก็เปลี่ยนไปเป็นคนล่ะคนทั้งๆที่เมื่อคืนก็ยังคุยกัน
หัวเราะกัน อยู่แท้ๆ มันไม่มีสัญญานว่าจะเลิกแต่อยู่ดีๆคือไม่เข้าใจว่าทำไมถึงเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้
ทั้งๆที่ผมพยายามทำตัวดีๆแล้ว เพื่อไม่ให้เสียเขาไปแต่ก็ไม่ทัน
หลังจากนั้นมันเกิดคำถามมากมายว่าเพราะอะไร ทำไมถึงเป็นแบบนี้
แค่โอกาสเขายังไม่ให้ผมเลย แค่ขอให้ดูๆกันใหม่ได้ไหม เขายังให้ผมไม่ได้เลย
ทั้งๆที่ก่อนหน้าที่ผมให้โอกาสเค้ามาเยอะมาก
แค่ผมขอครั้งเดียวทำไมให้ผมไม่ได้
ในความคิดตอนนั้นคิดอย่างเดียวว่าทำยังไงดีให้เขากลับมา ถึงกับเข้าเซิสหา
คาถา ความรักในเน็ตเลยทีเดียว หาไปหามาอย่างเมามัน แต่สายตาก็ต้องมาหยุดตรงที่
เว็บไซต์เว็บนึง ที่มีคนมาขอคำอุทิศส่วนกุศลให้กับเจ้ากรรมนายเวรเพื่อนให้คนรักกลับมา
แล้วมีคนนึงมาตอบไว้ซึ่งน่าสนใจมาก ผมเลยลองอ่านไปอ่านมา
มันเป็นหลักตามแนวทางธรรมะทั้งนั้น ไม่ได้อิงคาถาอะไรเข้ามาเลย
ผมลองเอาคำกล่าวตรงนั้นมาใช้หลังจากที่ผมสวดมนต์ก่อนนอนจบ ผมจะกล่าวคำนั้นทุกครั้งก่อนนอน
ไม่รู้ว่ามันจะใช้ได้ผลหรือไม่แต่ที่รู้ๆคือมันทำให้ผมมีความหวังว่าเขาจะกลับมา
กลับมาให้โอกาสกันแค่ครั้งเดียวก็พอ แล้วจะไม่ทำให้เขาจากไปไหนอีก
แต่พอวันต่อมาผมไปอ่านคำกล่าวนั้นอีกครั้งแล้วลองเลื่อนลงมาอ่านความคิดเห็น
ผมจึงได้เข้าใจความจริงว่ามันเป็นยังไง ผมเลยมานั่งถามตัวเองเหมือนกับที่พี่คนนึงถามตัวเองตอนอกหัก
ว่า
ตัวเองถาม : เรารักผู้หญิงคนนี้มากไหม
ตัวเองตอบ : รักมากสิ รักมากที่สุด
คิดไว้แล้วว่าจะหยุดแค่ตรงนี้กับคนนี้ ไม่ไปไหนอีก ทั้งชีวิตก็ให้ได้
ตัวเองถาม : แล้วเสียใจมากไหม
ตัวเองตอบ : มากที่สุด ไม่มีท่าทีว่าจะเลิกกัน
แต่อยู่ดีๆทำไมถึงเปลี่ยนไปเป็นแบบนี้ มันรับไม่ไหว
ตัวเองถาม : ถ้ารักเขาแล้วจะมาเสียใจทำไม
ทำไมไม่คิดล่ะว่าเขาไม่ได้รักเราแล้ว ปล่อยให้เขาไปใช้ชีวิตของเขาอย่างมีความสุข
ได้ไปอยู่กับคนที่เขารัก เราควรจะยินดีกับเขาไม่ใช่หรอ
ตัวเองตอบ : จริงสิ ตลอดเวลาที่ผ่านมา ถึงมันจะสั้นแค่4เดือน13วัน แต่ก็ไม่เคยไม่มีวันไหนที่ไม่มีความสุขเลย
เขามีความสุขเราควรจะยินดีกับเขาสิ
เอาตรงๆนี้ตอนแรกก็ยอมรับไม่ได้หรอกว่าให้ยินดีกับเขาเพราะใครที่ไหนมันจะทำได้
มาทิ้งเราให้เสียใจแล้วเราต้องไปยินดีกับเขาเพราะเขามีความสุข แต่ผมมานั่งสมาธิจิตใจเลยสงบขึ้นเลยมาคิดได้ว่า
เรารักเขา รักที่จริงใจ รักที่ไม่ต้องการอะไรตอบแทน
รักที่สุดเท่าที่จะรักได้ เราต้องการเห็นเขามีความสุข
เราก็ควรจะยินดีด้วยไม่ใช่หรอ ถ้าเขาจะมีความสุข เราจะมานั่งเสียใจทำไม
ถ้าเรามานั่งเสียใจถามหาเหตุผลว่าทำไมเค้าถึงต้องทิ้งเราไป เรารักเขาไม่พอหรือไง
นั่นแสดงว่าเราไม่ได้รักเขาจริงๆมันเป็นแค่ความหลงเท่านั้น
ถ้าเรารักเขาจริงๆเราต้องปล่อยเขาไป
เชื่อไหมว่าถ้าเป็นคู่กันแล้วมันไม่แคล้วกันหรอกคนที่เกิดมาเป็นคู่กันแสดงว่ามีกรรมที่เคยทำร่วมกันมาก่อน
ทั้งดีและไม่ดี ถ้าเขาเป็นคู่ของเราจริงๆ
สักวันเราจะกลับมารักกันเหมือนเดิมได้อย่างแน่นอน
ผมเชื่อตามข้างต้น ที่ได้บอกไป ณ ตอนนี้ผมมีเครื่องช่วยคือ ธรรมะ
หลักธรรมที่ช่วยได้ทุกอย่าง ส่องจิตใจของเราไม่ให้เบี่ยงเบนไปในทางที่ไม่ดี
ให้จิตของเรากลับมาตั้งมั่นเหมือนเดิม ตอนที่ไม่มีเขาเราอยู่ได้
ทำไมถ้าไม่มีเขาอีกทีเราจะอยู่ไม่ได้ล่ะ
ลองมาฟังเรื่องนี้ดูนะ
อาจจะเป็นกำลังใจให้กับคนที่อกหักแล้วคิดทำร้ายร่างกาย ได้เป็นอย่างดี
กาล ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว
มีหญิงสาวคนหนึ่งผิดหวังในรักเนื่องจากคนรักของตนได้มาทิ้งไปจึงกำลังจะฆ่า ตัวตาย
ขณะนั้นเองมีพระธุดงส์รูปหนึ่งผ่านมาพบเข้าจึงได้กล่าวให้สติกับสีกา
พระธุดงส์ : โยมจะทำอะไรรึ
หญิงสาว : อิชั้นจะฆ่าตัวตายเพราะไม่รู้จะอยู่ไปทำไม มีแฟนๆ
ก็มาทิ้งไปเจ้าค่ะ
พระธุดงส์ :
เหตุใดโยมจึงต้องเสียใจเล่าในเมื่อคนที่ควรจะเสียใจควรจะเป็นแฟนของโยมสิ
หญิงสาว : ทำไมล่ะเจ้าคะ
พระธุดงส์ :ในเมื่อโยมมิได้สูญเสียสิ่งที่สำคัญไปเลยน่ะ
หญิงสาว :
ไม่จริงหรอกค่ะดิชั้นสูญเสียแฟนอันเป็นที่รักยิ่งไปนะเจ้าค่ะ'
พระธุดงส์ : โยมได้สูญเสียคนที่มิได้รักและห่วงใยโยมซึ่งจะมีค่าอันใด
แต่แฟนโยมซิที่สูญเสียคนที่รักและห่วงใยเค้าเช่นโยม ใครควรจะเสียใจกว่ากันล่ะโยม
พอผมได้อ่านข้อความข้างบนนี้จากเว็บนึง ความเสียใจของผมก็ค่อยๆหายไปอีกเปราะหนึ่ง
ถึงจะยังทำใจไม่ได้ก็เถอะ ว่าเขาจะต้องเสียใจที่เสียเราไปหรือเปล่าแต่มันก็ทำให้จิตใจดีขึ้นมาบ้าง
และผมยังได้อ่านความคิดเห็นที่ลงว่ามา
เราต้องเห็นค่าของตัวเราเองมากกว่าเห็นค่าของ คนอื่น
ถ้าเราไม่เห็นค่าของเราเอง แล้วใครจะเห็นค่าของเรา
เราต้องรักตัวเราเองให้มากกว่ารักคนอื่น ถ้าเรารักคนอื่นมากไป เราก็จะเป็นทุกข์ได้
เราไม่สามารถควบคุมจิตใจใครได้ เราสามารถควบคุมจิตใจเราได้เท่านั้น
ถ้าเราควบคุมจิตใจเราให้เห็นถูกตามจริงไม่ได้
ก็ไม่สามารถควบคุมจิตใจใครให้มารักเราได้ตลอดไป
หลังจากที่ผมอ่านบทความนี้แล้ว ผมมีความคิดขึ้นมาว่า ใช่สิ เราไม่สามารถบังคับจิตใจของใครได้นอกจากตัวเราเอง
ไม่มีใครที่เห็นค่าของเรานอกจากตัวเราเอง
จากที่อ่านบทความในเน๊ตมานานมาก จนฉันมาปฎิบัติจริงๆเลยนะ ก็คือ
สวดมนต์ก่อนนอนทุกวัน นั่งสมาธิ ทำบุญทำทานพอกำลังที่เรามี
เมื่อเห็นคนอื่นที่ทุกข์ผมก็ใช้ธรรมะช่วยให้เขาพ้นทุกข์
ผมมานั่งสมาธิที่วัดศาลาลอย สุรินทร์ ที่นั่นมีหลวงพ่ออยู่ ผมเคยขอให้ท่านช่วยเปลี่ยนใจของเขาให้กลับมาให้โอกาสผมได้ไหมแต่จิตใจของคนเราไม่สามารถเปลี่ยนได้
ผมเลยไปขมาท่านในวันนั้น และได้นั่งสมาธิด้วย มันทำให้จิตของผมเข้มแข็งขึ้นมาในระยะหนึ่ง
และวันต่อมาผมเลยคิดว่าจะไปนั่งปฎิบัติธรรมที่วัดป่า เพื่อสงบจิตใจของผมเอง
ไม่ให้ฟุ้งซ่าน
เรื่องราวอาจจะยังไม่เยอะเท่าไรเพราะผมพึ่งเริ่มทำ แต่อยากจะบอกว่า
ธรรมะ ช่วยเราได้จริงๆ ถ้าไม่มีใครยืนยันว่าสามารถช่วยได้จริงหรอ ผมคนนี้นี่ล่ะที่จะขอยืนยันว่าใช้ได้ผลจริงๆ
เพราะผมใช้กับตัวผมมาแล้ว
แต่ผมก็ปฎิเสธไม่ได้หรอกนะว่าตอนนี้เลิกเสียใจแล้ว ผมก็ยังเสียใจอยู่ที่เรื่องมันเป็นแบบนี้
แต่เรื่องราวมันไม่สามารถย้อนกลับมาได้อีกแล้ว
เรื่องในอดีตไม่สามารถย้อนกลับไปได้ อนาคตให้เป็นไปตามกาลเวลา
ปัจจุบันต่างหากที่เราจะสามารถแก้ไขและทำให้มันดีได้
(นำมาจากเว็บของพระพุทธศาสนา)
และอีกอย่างผมไม่ได้มานั่งเปิดเพลงคร่ำครวญ ฟังเพลงเศร้า เสียใจ
หรือมานั่งดูอต่รูปเก่าๆ แต่ฉันมาเปิดเพลงที่ใช้ในการนั่งสมาธิฟัง
แล้วลองย้อนมองกลับไปในอดีต แรกๆมันอาจจะทำให้เราเสียใจแต่สักวันเราจะอยู่กับมันได้
เชื่อมั่นไว้เสมอว่า ธรรมะ ช่วยเราได้ ธรรมะจะอยู่กับเราตลอดไป
ขอเพียงแค่เราเชื่อในพระธรรม ชีวิตเราก็จะพบความสุข
ที่เล่ามาอาจจะไม่ค่อยมีธรรมแทรกมากกสักเท่าไรนะครับ
แต่ลองปฎิบัติดูรับรองว่ามันดีว่าไปนั่งหาคาถาความรักกลับคืนมา (เหมือนผมตอนแรกๆ) ไปนั่งเสียใจไปวันๆ
ขั้นตอนนะครับ สำหรับผมเองเลยนะ
-ถ้าไม่มีเวลาไปที่วัดหรือสถานที่ปฎิบัติธรรม
ให้ลองนั่งสมาธิดูเองที่บ้าน แล้วลองพิจารณาเรื่องราวทั้งหมดดู
-สวดมนต์ก่อนนอน เพื่อให้จิตใจไม่หมองเศร้า
-เรื่องที่ผ่านมาจำไว้เป็นบทเรียน ไม่อยากให้ลืม
เพราะเมื่อเราอยู่กับมันได้ เราจะไม่นึกเสียใจเลยว่าครั้งนึงเราเคยรักเขา
-ลองเปิดซีดีธรรมะดู มันจะช่วยเราได้เยอะมาก
- ไม่หมกมุ่นอยู่กับสิ่งเดิม เปลี่ยนตัวเองให้ไปในทางที่ดี
- จำไว้ว่าถ้าอยากร้องไห้ ร้องไปเลยไม่ต้องอาย ไม่เสียหายอะไร
พระอาจารย์ท่านยังเคยบอกเลยว่าถ้าอยากร้องไห้ให้เราร้องไปให้พอ
เพื่อเป็นการปลดปล่อยความทุกข์ ความรู้สึกออกมา
แล้วจำไว้ว่าเราจะไม่มานั่งเสียใจอีก
- ผมไม่สามารถบอกได้ว่า ถ้าเชื่อในธรรมะแล้วจะลืมเขาได้สนิท
ไม่มีใครที่ลืมความรักของตัวเองได้หรอก
แต่มันจะทำให้เราเข้าใจว่าทำไมมันถึงเป็นแบบนี้ แล้วเราจะอยู่กับมันได้
- ทำบุญ ให้กับเจ้ากรรมนายเวร ผ่อนหนักให้เป็นเบา
เพื่อที่จะได้ช่วยชดใช้กรรม แล้วชีวิตจะดีขึ้น
- เมื่อเราอยู่กับมันได้ นั่นล่ะ แล้วเราจะไม่เสียใจและเสียดายวันเวลาที่ผ่านมาเลยจริงๆ
^^
- หาเพื่อน หาคนที่เราพอจะเล่าเรื่องราวทั้งหมดได้เป็นที่ปรึกษาก็ดี
มันไม่ยากถ้าเราจะลองทำ ขอแค่เพียงเรานั่งสมาธิ แล้วลองคิดดูจากใจ
เราจะรู้เองว่าทุกข์มาจากไหนและต้องทำอย่างไรเพื่อ ดับทุกข์
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น